เจาะลึกที่เที่ยวสงขลาเมืองสองทะเลและเสน่ห์ย่านเมืองเก่าที่คุณต้องมาสัมผัสสักครั้ง

ทำไมการ เที่ยวสงขลา ถึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์นักเดินทางทุกคน

  • ไฮไลท์เด่น: ย่านเมืองเก่าสงขลาที่มีสตรีทอาร์ทและตึกโบราณ, หาดสมิหลาพร้อมรูปปั้นนางเงือกทองคำ, วิถีชีวิตชาวเกาะยอ และมัสยิดกลางสงขลา
  • ช่วงเวลาที่ควรไป: มกราคมถึงเมษายน เป็นช่วงที่สภาพอากาศดีที่สุด ท้องฟ้าแจ่มใส และเลี่ยงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ
  • ค่าเข้าและเวลาเปิด-ปิด: สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติส่วนใหญ่เข้าชมฟรี ย่านเมืองเก่าสามารถเดินเที่ยวชมได้ตลอดทั้งวัน ร้านค้าส่วนใหญ่เปิด 09:00 – 18:00 น.
  • การเดินทางสั้นๆ: บินตรงลงสนามบินหาดใหญ่ จากนั้นต่อรถตู้สายหาดใหญ่-สงขลา หรือเช่ารถขับต่อมายังตัวเมืองสงขลา ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ใช้เวลา 40 นาที

จังหวัดสงขลา ถือเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภูมิประเทศสูงที่สุดในภาคใต้ตอนล่าง ด้วยลักษณะพื้นที่ที่ขนาบข้างด้วยทะเลสาบสงขลาและอ่าวไทย ทำให้เมืองนี้ได้รับฉายาว่า “เมืองสองทะเล” การมาเยือนที่นี่ไม่เพียงแต่จะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงามของชายหาดและป่าเขาเท่านั้น แต่ยังจะได้ย้อนเวลากลับไปสู่อดีตอันรุ่งเรืองผ่านสถาปัตยกรรมและการดำเนินชีวิตของผู้คนที่มีการผสมผสานระหว่างชาวไทยพุทธ ไทยเชื้อสายจีน และชาวไทยมุสลิมได้อย่างลงตัว

1. ย่านเมืองเก่าสงขลา ถนนสายวัฒนธรรมและสตรีทอาร์ท

ย่านเมืองเก่าสงขลาประกอบด้วยถนนสายสำคัญ 3 สายที่ขนานกัน ได้แก่ ถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนนางงาม ถนนทั้งสามสายนี้เต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนโบราณในสไตล์ชิโนโปรตุกีสและตึกแถวแบบจีนโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี ปัจจุบันตึกเหล่านี้ได้รับการดัดแปลงเป็นคาเฟ่เก๋ๆ แกลเลอรีศิลปะ และร้านอาหารท้องถิ่น นอกจากนี้ ทั่วทั้งบริเวณยังมีภาพวาดฝาผนังหรือสตรีทอาร์ทที่บอกเล่าวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวสงขลา เช่น ภาพร้านกาแฟโบราณ ภาพเด็กเล่น หรือภาพวิถีประมง ซึ่งดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปเช็คอินกันอย่างไม่ขาดสาย

2. หาดสมิหลาและแหลมสนอ่อน สัญลักษณ์แห่งเมืองสองทะเล

หากพูดถึงสัญลักษณ์ของการมาท่องเที่ยวที่นี่ แน่นอนว่าทุกคนต้องนึกถึง “รูปปั้นนางเงือกทองคำ” ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนโขดหินบริเวณหาดสมิหลา ชายหาดแห่งนี้มีทรายสีขาวละเอียดที่เรียกว่า “ทรายแก้ว” พร้อมทิวสนร่มรื่นตลอดแนวชายฝั่ง ถัดไปไม่ไกลคือแหลมสนอ่อน ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเกาะหนูและเกาะแมวได้อย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวมักจะมาเดินเล่นรับลมเย็นๆ ในช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็นเพื่อชมพระอาทิตย์ตกดิน นอกจากนี้ยังมีบริการขี่ม้าชมวิวชายหาดซึ่งเป็นกิจกรรมยอดนิยมที่สร้างสีสันให้กับผู้มาเยือนเป็นอย่างมาก

3. เกาะยอ สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนรอบทะเลสาบสงขลา

เกาะยอเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบสงขลาตอนล่าง เชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ด้วยสะพานติณสูลานนท์ ชุมชนที่นี่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยวิถีชีวิตเกษตรกรรมและประมงพื้นบ้าน สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเกาะยอคือการเยี่ยมชมวัดพระนอนแหลมพ้อ ซึ่งประดิษฐานพระนอนปางโปรดอสุรินทราหูองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และการเลือกซื้อ “ผ้าทอเกาะยอ” ซึ่งเป็นผ้าทอพื้นเมืองที่มีลวดลายประณีตและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้บนเกาะยังมีโฮมสเตย์ริมน้ำและร้านอาหารซีฟู้ดสดๆ ที่เสิร์ฟเมนูท้องถิ่นจากทะเลสาบให้เลือกชิมมากมาย

ภาพประกอบกลางบทความ

4. มัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา สถาปัตยกรรมอันสง่างาม

มัสยิดแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ทัชมาฮาลเมืองไทย” เนื่องจากมีความงดงามทางสถาปัตยกรรมที่คล้ายคลึงกับทัชมาฮาลของประเทศอินเดีย โดยมีสระน้ำขนาดใหญ่ทอดยาวอยู่ด้านหน้าอาคารหลัก ในช่วงเวลาเย็นปูมหลังของมัสยิดจะเปลี่ยนเป็นแสงสีทองของพระอาทิตย์ตกดิน เกิดเป็นภาพสะท้อนน้ำที่งดงามตระการตา ทำให้มัสยิดแห่งนี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับช่างภาพและนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาบันทึกภาพความประทับใจ

5. เขาตังกวน จุดชมวิวเมืองสงขลาแบบพาโนรามา

สำหรับผู้ที่อยากชมทัศนียภาพของเมืองสงขลาจากมุมสูง เขาตังกวนคือคำตอบที่ดีที่สุด บนยอดเขามีพระเจดีย์หลวงซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญคู่เมืองสงขลาสร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรนครศรีธรรมราช นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางขึ้นไปด้านบนได้อย่างสะดวกสบายด้วยบริการกระเช้าลอยฟ้า (ลิฟต์โดยสารแนวเฉียง) โดยเสียค่าบริการเพียงคนละ 45 บาท เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาจะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของตัวเมืองสงขลา หาดสมิหลา ทะเลสาบสงขลา และทิวเขาที่โอบล้อมเมืองได้อย่างชัดเจนแบบ 360 องศา

ข้อแนะนำสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดสงขลา

หากคุณกำลังวางแผนเดินทางมา เที่ยวสงขลา เพื่อพักผ่อนในช่วงวันหยุด การเตรียมตัวถือเป็นเรื่องสำคัญ แนะนำให้ใช้เวลาอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์การท่องเที่ยวได้ครบถ้วน ทั้งการเดินชมสตรีทอาร์ทในตอนเช้าที่แดดไม่ร้อนจัด ทานอาหารเมืองรสเลิศในย่านเมืองเก่า เช่น เต้าคั่ว สตูเกียดฟั่ง และปิดท้ายด้วยการนั่งรับลมทะเลเย็นๆ ที่หาดสมิหลา การเดินทางภายในตัวเมืองสามารถใช้บริการรถสองแถวไม้โบราณที่วิ่งรอบเมือง ซึ่งนอกจากจะสะดวกแล้วยังได้สัมผัสบรรยากาศย้อนยุคอีกด้วย

คำถามที่พบบ่อย

เที่ยวสงขลาช่วงเดือนไหนดีที่สุด?

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน เนื่องจากเป็นช่วงที่หมดฤดูมรสุม ทะเลมีคลื่นลมสงบ และสภาพอากาศแจ่มใส เหมาะแก่การเดินเที่ยวชมเมืองและกิจกรรมกลางแจ้ง

จากหาดใหญ่ไปตัวเมืองสงขลามีวิธีการเดินทางอย่างไรบ้าง?

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางด้วยรถตู้โดยสารสาธารณะสายหาดใหญ่-สงขลา รถสองแถวประจำทาง หรือเลือกใช้บริการเช่ารถยนต์ขับส่วนตัว โดยใช้เส้นทางถนนกาญจนวณิชย์ ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางเพียง 40-50 นาที

มีอาหารท้องถิ่นจานเด็ดอะไรบ้างที่ต้องลองเมื่อมาเยือน?

อาหารที่ห้ามพลาด ได้แก่ เต้าคั่ว (สลัดสไตล์ใต้ที่มีเส้นหมี่ ผักบุ้ง ไข่ต้ม และน้ำราดรสหวานอมเปรี้ยว), สตูหมูเกียดฟั่ง ย่านเมืองเก่า, ไอศกรีมโอ่ง และอาหารทะเลสดๆ บริเวณเกาะยอ

แชร์บทความนี้

สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ

เที่ยวหนองบัวลำภู

คู่มือเที่ยวหนองบัวลำภู เจาะลึกแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและโบราณสถานสำคัญ

ปักหมุด เที่ยวหนองบัวลำภู สัมผัสสุสานหอย 150 ล้านปี พิชิตวัดถ้ำเอราวัณ พร้อมวางแผนเดินทางแบบเจาะลึกครบจบในที่เดียว

เที่ยวสุรินทร์

คู่มือวางแผนเที่ยวสุรินทร์สัมผัสวิถีคนเลี้ยงช้างและปราสาทหินโบราณ

ปักหมุดแผนเที่ยวสุรินทร์ สัมผัสเสน่ห์ดินแดนช้างศึก ย้อนรอยประวัติศาสตร์ปราสาทหินโบราณ และเรียนรู้วิถีทอผ้าไหมทอมือทรงคุณค่า