น้ำตกผาแตก (อุทยานแห่งชาติเขาแหล่ม) อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
น้ำตกผาแตก ตั้งอยู่ในหมู่บ้านทิพเย ซึ่งเป็นชุมชนกะเหรี่ยงดังเดิม น้ำตกผาแตกเป็นน้ำตกหินปูนขนาดกลางไหลแผ่กว้างไปตามชั้นต่างๆ มีต้นไม้ปกคลุมร่มรื่น
สถานที่ท่องเที่ยวที่คุณไม่เคยเห็น
น้ำตกผาแตก ตั้งอยู่ในหมู่บ้านทิพเย ซึ่งเป็นชุมชนกะเหรี่ยงดังเดิม น้ำตกผาแตกเป็นน้ำตกหินปูนขนาดกลางไหลแผ่กว้างไปตามชั้นต่างๆ มีต้นไม้ปกคลุมร่มรื่น
น้ำตกไทรโยคใหญ่ หรือ น้ำตกเขาโจน ตั้งอยู่ในบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติไทรโยค ไหลลงสู่แม่น้ำแควน้อย แยกเป็น 2 แพร่ง ส่วนที่อยู่ทางตอนเหนือ เรียกว่า น้ำตกไทรโยคใหญ่ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ชั้นเดียว รองรับด้วยชั้นหินสลับกันเป็นชั้น ๆ มีความสูงประมาณ 8 เมตร น้ำตกไทรโยคใหญ่เป็นน้ำตกที่น่าท่องเที่ยวมาก โดยนักท่องเที่ยวทุกท่านจะต้องเดินข้ามสะพานแขวนไปอีกฝั่งหนึ่งเพื่อชมสาย น้ำตกที่ไหลลงมาอย่างสวยงามยิ่งนัก น้ำตกไทรโยคใหญ่จะมีน้ำตลอดปี และน้ำจะแรงมากในฤดูฝน และในอดีตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เคยเสด็จประพาส ณ น้ำตกแห่งนี้ ภายในอุทยานฯ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติหลายเส้นทาง และมีจุดชมวิวสะพานแขวนไทรโยคที่จะเห็นน้ำตกไทรโยคได้ชัดเจน
ทรีท็อปแอดเวนเจอร์พาร์ค ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท ลิตเติ้ล เวิลด์ จำกัด ที่ก่อตั้งขึ้นโดยคนไทยและคนฝรั่งเศส ที่ชื่นชอบในการท่องเที่ยวและผจญภัย ได้เริ่มต้นสร้างทรีท็อปแอดเวนเจอร์พาร์ค แห่งแรกในประเทศไทยขึ้นที่ เกาะช้าง จ.ตราด เมื่อปี พ.ศ. 2550 โดยทีมงานชาวฝรั่งเศสที่มีความชำนาญอย่างยิ่งในด้านการปีนต้นไม้ การดูแลรักษาความปลอดภัยเฉพาะทาง การโหนสลิงเพื่อชมทัศนียภาพของป่าไม้ รวมไปถึงการผจญภัยบนที่สูง โดยกิจกรรมของที่นี่ เหมาะกับทุกเพศทุกวัยที่มีความรักในธรรมชาติ ชื่นชอบความท้าทาย และสนุกตื่นเต้นไปพร้อมๆ กัน ด้วยความมีเอกลักษณ์เฉพาะของป่าดิบชื้นในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนเกาะช้าง ได้สร้างฐานกิจกรรมผจญภัยบนต้นไม้แห่งแรกของประเทศไทยขึ้นที่บริเวณอ่าวใบลาน เกาะช้าง จังหวัดตราด ผสมผสานกิจกรรมทั้งการโหนสลิง ปั่นจักรยานบนอากาศ การโดดทาร์ซาน สเก็ตบอร์ดลอยฟ้า และกิจกรรมสนุกๆ อีกหลากหลายประเภท และสิ่งที่ทำให้รู้ว่า ทรีท็อปแอดเวนเจอร์พาร์ค ไม่ใช่แค่เพียงฝ่ายเดียวที่เล็งเห็นถึงมาตรฐานความปลอดภัย ความสนุกสนาน และการดูแลรักษาป่าไม้ไปควบคู่กัน นั่นก็คือการได้รับรางวัล “อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ประเภทแหล่งท่องเที่ยวนันทนาการเพื่อการผจญภัย” 2 ปีซ้อน นั่นคือในปี ค.ศ. 2010 และ ค.ศ. 2013 นอกจากที่เกาะช้างแล้ว ยังมีสาขากระบี่ กาญจนบุรี และทางเดินเรือนยอดไม้ดอยตุง ให้ได้สัมผัสบรรยากาศสนุกตื่นเต้นในอีกหลากหลายรูปแบบ
ถ้ำละว้า อีกหนึ่งถ้ำที่มีหินงอก หินย้อยที่งดงามน่าทึ่ง (ถ้ำละว้า เกิดจากน้ำฝนซึ่งมีคาร์บอนไดออกไซด์เป็นส่วนประกอบ เมื่อตกถึงพื้นดินก็จะทำปฏิกิริยาจนกลายเป็น กรดคาร์บอนิก น้ำที่ซึมลงใต้ดิน ก็จะกัดเซาะหินปูนเป็นโพรงเชื่อมต่อกัน เมื่อน้ำใต้ดินลดลง จึงเกิดถ้ำขึ้นมา) เส้นทางสู่ถ้ำละว้าเดินทางไม่ลำบากมากนักเพราะเป็นถนนลาดยางตลอดทั้งสาย และร่มรื่นด้วยต้นไม้ตลอดสองข้างทาง บรรยากาศดีและสบายตาไปกับสีเขียวของต้นไม้ หลังจากที่ทีมงานเดินทางมาถึงก็จอดรถไว้ด้านนอกทางเข้า ชำระค่าธรรมเนียมเรียบร้อยก็ได้เวลาเดินทางเข้าถ้ำเสียที เห็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติถ้ำละว้า เป็นบันไดเรียบร้อยดูแล้วก็ไม่ไกล แต่เดินทำเอาลิ้นห้อยเหมือนกันแฮะ เหนื่อยจัง เมื่อลงมาถึงจะพบกับห้องโถงกว้างทางซ้ายมือมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ จึงแวะเก็บภาพและไหว้พระขอพรกันสักเล็กหน่อยก่อนเริ่มเดินเข้าตัวถ้ำจริง ๆ เส้นทางเดินของถ้ำละว้านั้น เข้า และ ออก ทางเดียว เส้นทางการเดินชมถ้ำละว้า ห้องต่าง ๆ จัดได้อย่างเป็นระเบียบ และมีไฟเปิดให้ตลอดสองข้างทาง และมีป้ายบอกชื่อห้องชัดเจนไม่มืด แต่ถ้าหากชอบสว่าง ๆ และได้ไอเดียในการจินตนาการให้มากขึ้นมาอีกหน่อยขอใช้บริการเจ้าหน้าที่นำทางตัวน้อยพร้อมไฟฉายได้นะคะ ห้องแรกที่พบก็คือ ห้องหนุมาน(จากปากถ้ำประมาณ 45 เมตร) พยายามมองตามเต็มที่แต่ยังจินตนาการไม่ค่อยออก หรือจะเป็นตอนหนุมานอ้าปากในตอน หนุมานอมพลับพลาหรือเปล่าก็ไม่ค่อยแน่ใจ ห้องที่สอง ก็คือห้องจระเข้ (จากปากถ้ำประมาณ 95 เมตร) ตอนแรกทีมงานก็พยายามมองหากันว่าไอ้เจ้าจระเข้ที่ว่าอยู่ที่ไหน(เพราะวันนี้ไม่มีคนนำทาง) มองไปมองมา มองบน ล่าง ซ้าย ขวา ก็มาเจอว่าเจ้าจระเข้ ที่ว่าเนี่ยมันนอนอยู่บนเพดานถ้ำนั่นเอง เห็นแล้วก็น่าตกใจในความเหมือนจริง ๆ ห้องที่สาม ห้องดนตรี (จากปากถ้ำประมาณ 115 เมตร) ดูแล้วคล้าย ๆ เครื่องดนตรี แต่เจ้าหน้าที่ด้านล่างบอกว่าเคาะแล้วจะได้ยินเสียงต่างกันคล้ายเสียงดนตรี(แต่ทีมงานไม่ได้ลอง เพราะตอนนั้นคิดว่า เหมือนตัวออร์แกน เลยได้ชื่อนี้มา ห้องที่สี่ ห้องค้างคาว (จากปากถ้ำประมาณ 200 เมตร) ได้ชื่อมาจากว่ามีหินย้อยเล็ก ๆ มากมายจากบนเพดานถ้ำคล้ายเจ้าค้างคาวตัวจิ๋วห้อยหัว ห้องที่ห้า (จากปากถ้ำประมาณ 460 เมตร) และเป็นห้องสุดท้ายที่อยู่ในสุด คือห้องม่านบรรทม หินย้อยที่ไหลเรียงกันเป็นลอนไล่เรียงกันทั้งแบบบางและเป็นพุ่มหนาคล้ายม่านห้องนอน
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวายเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ในเขตอำเภอมะขาม และอำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี สภาพป่าเป็นป่าดิบชื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีพรรณไม้นานาชนิดขึ้นอยู่ปะปนกัน สัตว์ป่าชุกชุม แรกทีเดียวมีการจัดตั้งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ให้ชื่อว่า “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากาญจนาภิเษก” ภายหลังกรมป่าไม้ได้เสนอขอพระบรมราชานุญาตใช้ชื่อดังกล่าวต่อสำนักราชวัง ซึ่งต่อมาได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการจากสำนักราชวัง สำนักราชเลขาธิการว่า ได้มีพระบรมราชานุญาตให้ใช้ชื่อเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดังกล่าวว่า “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวายเฉลิมพระเกียรติ” โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 115 ตอนที่ 101 ก ลงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ.2541 มีพื้นที่ประมาณ 165,796 ไร่
เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่สวยงามลดหลั่นกันถึง 7 ชั้น และยังคงความสมบูรณ์ของธรรมชาติอยู่มาก โดยเฉพาะชั้นที่สูงที่สุดมีความสูงประมาณ 80 เมตร ตัวน้ำตกอยู่ในป่าลึกต้องอาศัยการเดินเท้าต่ออีก 40 นาที
ถ้ำพระธาตุ เป็นถ้ำขนาดใหญ่ ที่มีความงดงามของหินงอกหินย้อย ยาวประมาณ 200เมตร โดยพรานป่าชื่อ มาก บุญทอง พบโดยบังเอิญ เมื่อ 50 ปีก่อน ถ้ำอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 790 เมตร ต้องเดินขึ้นเขาสูงชัน สองข้างทางเป็นป่าไผ่ อยู่ห่างจากที่ทำการ อช.เอราวัณ ประมาณ 12 กิโลเมตร ทางฝั่งตะวันตกของอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์
มีพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่อำเภอทองผาภูมิและอำเภอสังขละบุรี สภาพเป็นป่าเขาและอ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาแหลมเป็นต้นน้ำของแม่น้ำแควน้อย
วัดบ้านถ้ำ เป็นวัดโบราณเก่าแก่ริมแม่น้ำแม่กลองที่เต็มไปด้วยตำนานและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ให้ได้เรียนรู้ศึกษา ตามประวัติเล่าว่าวัดแห่งนี้สันนิษฐานว่าเป็นวัดที่สร้างในสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยาติดต่อกัน เพราะพระพุทธรูปที่เป็นพระประทานในถ้ำและใบพัทสีมาอุโบสถเก่าของวัดเป็นสมัยสุโขทัย ส่วนพระพุทธรูปหินทรายเป็นสมัยกรุงศรีอยุธยา เส้นทางขึ้นถ้ำเป็นบันไดลึกเข้าไปในปากมังกรตัวใหญ่ ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปหลวงพ่อใหญ่ชินราชและโบราณวัตถุ และมีหินงอกลักษณะคล้ายผู้หญิง เชื่อกันว่าคือ นางบัวคลี่ ภรรยาของขุนแผนตามตำนานอิงประวัติศาสตร์เรื่องขุนช้างขุนแผน ภายในบริเวณวัดมีไฮไลต์น่าชมหลายอย่าง อาทิเช่น พระอุโบสถหลังเก่าที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมาธิ พร้อมด้วยพระโมคคัลลานะ พระสารีบุตร ที่ทำด้วยหินทรายลงรักปิดทองอันเป็นของเก่าที่มีมาแต่เดิม ส่วนภายในพระอุโบสถหลังใหม่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง ที่ทำพิธีหล่อขึ้น ณ วัดชีปะขาวหาย จังหวัดพิษณุโลก นอกจากนี้ ยังสามารถชมถ้ำที่สวยงามต่างๆ มากมาย อาทิเช่น ถ้ำคูหามังกรสวรรค์ ถ้ำนางบัวคลี่ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อใหญ่ชินราช” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านนับถือ
มีทัศนียภาพสวยงามตลอดลำน้ำ บางช่วงเป็นหน้าผาชันมีโพรงหิน ชะง่อนหิน เป็นเกาะแก่งหรือเป็นหาดทราย และล่องทวนน้ำชมน้ำตกที่ไหลลงแม่น้ำสาขาน้ำตกไทรโยคใหญ่
ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมาก มีขนาดใหญ่และสวยงามมาก ต้นน้ำเกิดจากลำห้วยม่องไล่ ไหลผ่านลงมาจากยอดเขาและผาสูง แบ่งเป็น 7 ชั้น แต่ละชั้นมีลักษณะเป็นแอ่งสามารถเล่นน้ำได้
วัดถ้ำมังกรทอง เป็นวัดที่อายุเก่าแก่มากกว่า 100 ปี เจ้าอาวาสองค์แรก คือ หลวงพ่อติ้ว เป็นศิษย์วัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ซึ่งไปบุกเบิกพื้นที่ และสร้างวัดขึ้น ตั้งอยู่บนเทือกเขาหินปูนใหญ่ ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง เป็นภูเขาเทือกเดียวกับถ้ำแก้ว ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี ประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงรู้จักกันแพร่หลาย เนื่องจากมีแม่ชีลอยน้ำ
พบภาพเขียนอยู่บนเพิงผาใหญ่ อยู่สูงจากพื้นกว่า 2 เมตร เช่น ภาพกลุ่มบุคคล ภาพเดี่ยวเป็นรูปคนขนาดใหญ่ เขียนด้วยสีแดง ภาพคนกำลังโก่งธนู และมีภาพคล้ายปลา ฯลฯ
ชมทัศนียภาพแม่น้ำซองกาเลียที่เงียบสงบ ผ่านสะพานมอญ และวิถีชีวิตริมน้ำริมสองฝั่งแม่น้ำซองกาเลีย ลำน้ำซองกาเลีย อยู่ในอำเภอสังขละบุรี บริเวณชายแดนไทย-พม่า มีสะพานมอญ หรือสะพานอุตตมานุสรณ์ สร้างขึ้นจากสะพานไม้ ตัดผ่านลำน้ำซองกาเลียแห่งนี้ด้วย สำหรับให้ประชาชนฝั่งตัวอำเภอสังขละบุรีและฝั่งหมู่บ้านชาวมอญเดินข้ามสัญจรไปมา
สักครั้งในชีวิต ต้องไปเยือนที่เที่ยวสวย ๆ ทั่วไทย ที่ทีมงานคัดมาให้ ไม่งั้นจะถือว่าพลาดมาก! เพราะ แต่ละที่ความสวยงามเกินคำบรรยาย จนต้องยกให้เป็นที่เที่ยวระดับ “Unseen in Thailand”