เสน่ห์แห่งเมืองริมโขงที่คุณต้องมาเยือนสักครั้ง
- ไฮไลท์เด่น: สักการะหลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย, ตื่นตากับประติมากรรมขนาดใหญ่ที่ศาลาแก้วกู่, ชมวิวแม่น้ำโขงบนสกายวอล์ค วัดผาตากเสื้อ และสัมผัสทะเลหมอกที่ภูห้วยอีสัน
- ช่วงเวลาที่ควรไป: เดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ (อุณหภูมิเฉลี่ย 15-25 องศาเซลเซียส อากาศเย็นสบายและมีหมอกหนา)
- การเดินทาง: จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางด้วยรถไฟด่วนพิเศษ CNR ลงสถานีหนองคาย หรือบินลงสนามบินอุดรธานีแล้วต่อรถตู้ระยะทาง 50 กิโลเมตร
หนองคาย จังหวัดชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขงที่มีความยาวขนานไปกับสายน้ำยาวกว่า 210 กิโลเมตร เป็นเมืองที่ผสมผสานความเงียบสงบ วัฒนธรรมไทย-ลาวอันงดงาม และตำนานความเชื่อเรื่องพญานาคได้อย่างลงตัว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย การเลือกมา เที่ยวหนองคาย จะเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ครบรส ทั้งทางศาสนา ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวิถีชีวิตท้องถิ่นที่ยังคงดำเนินไปอย่างเรียบง่าย
ทำความรู้จักหนองคาย เมืองน่าอยู่อันดับต้นๆ ของโลก
หนองคายเคยได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารต่างประเทศให้เป็นเมืองน่าอยู่อันดับต้นๆ สำหรับผู้เกษียณอายุ เนื่องจากมีค่าครองชีพที่ไม่สูง ผู้คนเป็นมิตร และมีสภาพแวดล้อมที่สะอาดปลอดภัย ตัวเมืองตั้งอยู่ตรงข้ามกับนครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 เป็นเส้นทางเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ทำให้การเดินทางข้ามฝั่งไปท่องเที่ยวต่อในประเทศลาวสามารถทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง
พิกัดท่องเที่ยวห้ามพลาดในตัวเมืองหนองคาย
1. วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง
เริ่มต้นทริปด้วยความเป็นสิริมงคลที่ วัดโพธิ์ชัย ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อพระใส” พระพุทธรูปขัดสมาธิราบปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสีสุกที่มีพุทธลักษณะงดงามยิ่ง ตามตำนานเล่าว่าสร้างขึ้นโดยพระราชธิดา 3 พระองค์ของกษัตริย์ล้านช้าง วัดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวหนองคายและชาวลาว โดยในวันสงกรานต์ของทุกปีจะมีการอัญเชิญหลวงพ่อพระใสลงมาเพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำอย่างใกล้ชิด
2. ศาลาแก้วกู่ (อุทยานเทวาลัย)
สถานที่ท่องเที่ยวสุด Unseen ที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง 3 กิโลเมตร ศาลาแก้วกู่อารามแห่งความเชื่อที่สร้างสรรค์โดยปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ ภายในพื้นที่เต็มไปด้วยประติมากรรมปูนปั้นขนาดมหึมาจำนวนกว่า 200 องค์ ซึ่งจำลองเรื่องราวตามพุทธประวัติ คติธรรมคำสอน และวรรณคดีทางศาสนาพุทธและพราหมณ์-ฮินดู งานศิลปะแต่ละชิ้นมีความสูงตระหง่านและมีรายละเอียดที่น่าทึ่ง สะท้อนถึงแรงศรัทธาอันยิ่งใหญ่
3. ตลาดท่าเสด็จ (ตลาดอินโดจีน)
แหล่งช้อปปิ้งริมแม่น้ำโขงที่เป็นศูนย์รวมสินค้าจากหลากหลายประเทศ ทั้งไทย ลาว เวียดนาม และจีน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อของฝากยอดนิยม เช่น หมูยอ กุนเชียง มะพร้าวแก้ว เสื้อผ้าพื้นเมือง เครื่องครัว ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า นอกจากนี้บริเวณริมโขงข้างตลาดยังมีทางเดินเลียบแม่น้ำระยะทางยาว เหมาะสำหรับการเดินเล่นชมพระอาทิตย์ตกดินในยามเย็น

ธรรมชาติสุดตระการตาและจุดชมวิวริมโขง
1. สกายวอล์ค วัดผาตากเสื้อ
ตั้งอยู่ในอำเภอสังคม จุดชมวิวริมแม่น้ำโขงที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญ สกายวอล์คแห่งนี้เป็นทางเดินกระจกใสรูปเกือกม้ายื่นออกไปจากหน้าผา มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 500 เมตร เมื่อเดินออกไปยืนบนกระจกใสจะสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำโขงที่ไหลคดเคี้ยวแบ่งพรมแดนไทย-ลาวได้อย่างพาโนรามา และในเช้าวันที่มีความชื้นสูง พื้นที่ด้านล่างจะถูกปกคลุมไปด้วยทะเลหมอกสีขาวหนานุ่มโอบล้อมทิวเขาฝั่งลาวอย่างงดงาม
2. ภูห้วยอีสัน
สำหรับสายแคมป์ปิ้งและผู้ที่รักการชมแสงแรกของวัน ภูห้วยอีสันในอำเภอสังคมคือจุดชมทะเลหมอกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน การขึ้นไปบนยอดภูต้องใช้บริการรถอีแต๊กของชาวบ้านในพื้นที่เพื่อความปลอดภัย เมื่อขึ้นไปถึงยอดภูในเวลาประมาณ 05.30 น. คุณจะได้สัมผัสกับสายหมอกที่ลอยละล่องเหนือแม่น้ำโขง โดยมีแสงสีทองของพระอาทิตย์ขึ้นเป็นฉากหลัง คล้ายกับภาพวาดธรรมชาติที่งดงาม
วิถีชีวิตและอาหารการกินแบบฉบับหนองคาย
การมาเยือนหนองคายจะสมบูรณ์แบบไม่ได้หากไม่ได้ลิ้มลองอาหารท้องถิ่น เมนูอาหารเช้าที่ห้ามพลาดคือ ไข่กระทะ และ ขนมปังฝรั่งเศส (ข้าวจี่) ทานคู่กับกาแฟโบราณรสชาติเข้มข้น ส่วนมื้อกลางวันและมื้อเย็น ต้องไม่พลาด แหนมเนือง รสชาติเวียดนามแท้ๆ ที่สืบทอดสูตรกันมาหลายทศวรรษ รวมถึงเมนูปลาคังและปลาบึกจากแม่น้ำโขงสดๆ ที่นำมาทำต้มยำรสจัดจ้านหรือลวกจิ้มเนื้อหวานนุ่ม
ยามค่ำคืน การปั่นจักรยานหรือเดินเล่นเลียบถนนริมโขงจะทำให้คุณได้สัมผัสกับลมเย็นๆ และวิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์ของคนท้องถิ่นอย่างแท้จริง เป็นการปิดท้ายวันที่แสนสงบและอบอุ่นใจก่อนเดินทางกลับ
คำถามที่พบบ่อย
เที่ยวหนองคายช่วงไหนดีที่สุด?
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ เนื่องจากเป็นช่วงฤดูหนาว อากาศเย็นสบาย อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 15-25 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับการชมทะเลหมอกที่ภูห้วยอีสันและเดินเที่ยวกลางแจ้ง
จากสนามบินอุดรธานีไปหนองคายเดินทางอย่างไร?
หลังจากลงเครื่องที่สนามบินอุดรธานี สามารถใช้บริการรถตู้ลีมูซีนร่วมของสนามบินตรงสู่ตัวเมืองหนองคาย ค่าโดยสารประมาณ 200 บาทต่อคน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร
บั้งไฟพญานาคเกิดขึ้นที่ไหนและช่วงเวลาใด?
ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคจะเกิดขึ้นในคืนวันออกพรรษา (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11) ซึ่งตรงกับช่วงปลายเดือนตุลาคมของทุกปี จุดชมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือบริเวณริมแม่น้ำโขงในอำเภอโพนพิสัย และอำเภอรัตนวาปี

