คู่มือเที่ยวสิงห์บุรีสัมผัสเสน่ห์เมืองโบราณ ไหว้พระนอนองค์ใหญ่ และชิมปลาช่อนแม่ลาต้นตำรับ

ภาพรวมและไฮไลท์เด็ดของการเดินทางท่องเที่ยวสิงห์บุรี

  • สถานที่ไฮไลท์: วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร, อนุสรณ์สถานค่ายบางระจัน, ตลาดไทยบางระจัน, โบสถ์ต้นโพธิ์ วัดไทร, แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย
  • ช่วงเวลาที่เหมาะสม: เดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ที่อากาศแห้งและไม่ร้อนจัด
  • การเดินทางและเวลาเปิด-ปิด: ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 142 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถ 1.5 – 2 ชั่วโมง สถานที่ส่วนใหญ่เปิดให้บริการ 08:00 – 17:00 น.
  • ของกินขึ้นชื่อ: ปลาช่อนแม่ลาเผาฟาง, กุนเชียงปลา, ขนมเปี๊ยะแม่ศรีเมือง, เค้กปลาช่อน

จังหวัดสิงห์บุรีเป็นเมืองโบราณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยทวารวดีจนถึงกรุงศรีอยุธยา การเลือกเดินทาง เที่ยวสิงห์บุรี จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร จึงสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทั้งแบบเช้าไปเย็นกลับหรือการพักผ่อนช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์

สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

การเดินทางมายังจังหวัดสิงห์บุรีจะสมบูรณ์ไม่ได้หากไม่ได้แวะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเยือนโบราณสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งสะท้อนถึงความศรัทธาและความเจริญรุ่งเรืองในอดีต

วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร

วัดพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลจักรสีห์ อำเภอเมืองสิงห์บุรี เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางโปรดอสุรินทราหูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดองค์หนึ่งในประเทศไทย มีความยาวถึง 47 เมตร 42 เซนติเมตร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในวิหารมีความสงบร่มเย็น เปิดให้เข้าชมและสักการะทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 – 17:00 น. โดยไม่มีค่าเข้าชม

อนุสรณ์สถานค่ายบางระจัน และ ตลาดไทยบางระจัน

ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอค่ายบางระจัน เป็นสถานที่ระลึกถึงความกล้าหาญของชาวบ้านบางระจันที่ร่วมกันต่อสู้กับกองทัพพม่าในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ด้านหน้ามีอนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน และภายในบริเวณใกล้เคียงยังมี ตลาดไทยบางระจัน ซึ่งเป็นตลาดโบราณที่เปิดบริการในวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08:30 – 16:30 น. พ่อค้าแม่ค้าจะแต่งกายด้วยชุดไทยย้อนยุค ขายอาหารพื้นบ้านและขนมโบราณหลากหลายชนิด

มรดกทางสถาปัตยกรรมและแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น

นอกจากวัดวาอารามหลักแล้ว สิงห์บุรียังมีโบราณสถานและแหล่งเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าทางศิลปะและอารยธรรมโบราณอย่างยิ่ง

วัดพระปรางค์และแหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย

วัดพระปรางค์ อำเภอบางระจัน เป็นที่ตั้งของพระปรางค์องค์เก่าแก่ศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น สูงประมาณ 15 เมตร ภายในบริเวณใกล้เคียงกันคือ แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเครื่องไหประตูลายและเครื่องถ้วยชามขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สมัยกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันมีการจัดตั้งอาคารพิพิธภัณฑ์รวบรวมเศษภาชนะดินเผาและจัดแสดงโครงสร้างเตาเผาโบราณให้ได้ศึกษา

โบสถ์ต้นโพธิ์ วัดไทร

ตั้งอยู่ที่อำเภออินทร์บุรี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โบสถ์แห่งนี้หลงเหลือเพียงผนังอิฐโบราณที่ถูกรากของต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ยึดเกาะรัดตัวผนังไว้รอบด้านอย่างเหนียวแน่น ช่วยยึดโครงสร้างโบสถ์ไม่ให้พังทลายลงมา หลังคาเดิมได้พังทลายไปตามกาลเวลา เหลือเพียงร่มเงาของกิ่งก้านต้นโพธิ์ทำหน้าที่เป็นหลังคาธรรมชาติ ให้ความรู้สึกขรึมขลังและสงบสงบอย่างยิ่ง

ภาพประกอบกลางบทความ

เมนูห้ามพลาดและของดีประจำจังหวัดสิงห์บุรี

สิงห์บุรีได้ชื่อว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะทรัพยากรทางน้ำ ทำให้เกิดเมนูอาหารและสินค้าของฝากที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ

ปลาช่อนแม่ลาเผาฟาง

ลำแม่ลาเป็นลำน้ำธรรมชาติในจังหวัดสิงห์บุรีที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยสารอาหาร ทำให้ปลาช่อนธรรมชาติจากแม่ลามีเนื้อนุ่ม หวาน แน่น และไม่มีกลิ่นคาว เอกลักษณ์ของ ปลาช่อนแม่ลาเผาฟาง คือการนำปลาช่อนสดมาครอบด้วยกลีบบัวหรือใบตอง แล้วใช้ฟางข้าวครอบเผาด้วยความร้อนพอเหมาะ ทานคู่กับน้ำพริกเผา น้ำปลาหวาน และสะเดาหรือผักต้ม เป็นเมนูที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนสิงห์บุรี

กุนเชียงและแปรรูปอาหารทะเลน้ำจืด

เนื่องจากเป็นแหล่งปลาคุณภาพ สิงห์บุรีจึงมีชื่อเสียงด้านการแปรรูปปลา เช่น กุนเชียงปลาช่อน ปลาแดดเดียว และปลาแห้งประเภทต่างๆ ร้านค้าบริเวณริมถนนสายเอเชียและในตัวเมืองมีร้านของฝากเก่าแก่หลายร้านที่จำหน่ายกุนเชียงไร้มันรสชาติกลมกล่อม รวมถึงขนมเปี๊ยะและเค้กปลาช่อนซึ่งเป็นนวัตกรรมของฝากขึ้นชื่อ

แผนการเดินทางและข้อควรรู้สำหรับการท่องเที่ยว

การวางแผนเดินทางมาท่องเที่ยวที่สิงห์บุรีสามารถทำได้ง่าย เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีเส้นทางคมนาคมสะดวกและสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งตั้งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก

การเดินทางจากกรุงเทพมหานคร

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) มุ่งหน้าผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและอ่างทอง เข้าสู่ตัวเมืองสิงห์บุรี โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 – 2 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีรถตู้โดยสารประจำทางออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) วิ่งตรงถึงตัวเมืองสิงห์บุรีและอำเภอต่างๆ ทุกวัน

ช่วงเวลาที่เหมาะสมและการเตรียมตัว

สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ตลอดปี แต่หากต้องการเที่ยวชมตลาดไทยบางระจัน ควรวางแผนเดินทางมาตรงกับวันเสาร์ วันอาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ สำหรับการแต่งกาย แนะนำให้สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เนื่องจากโบราณสถานหลายแห่งเป็นพื้นที่กลางแจ้ง และควรเตรียมหมวกหรือร่มกันแดดไปด้วย

คำถามที่พบบ่อย

จากกรุงเทพฯ ไปสิงห์บุรี ใช้เวลาเดินทางกี่ชั่วโมง?

การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดสิงห์บุรี โดยรถยนต์ส่วนตัวผ่านทางหลวงหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ถึง 2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร ระยะทางประมาณ 142 กิโลเมตร

ตลาดไทยบางระจันเปิดวันไหนบ้าง และมีกิจกรรมอะไรน่าสนใจ?

ตลาดไทยบางระจันเปิดให้บริการเฉพาะวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08:30 – 16:30 น. กิจกรรมไฮไลท์คือการชิมอาหารและขนมโบราณ การถ่ายภาพกับพ่อค้าแม่ค้าที่แต่งชุดไทยย้อนยุค และการชมการแสดงจำลองการต่อสู้ของชาวบ้านบางระจัน

เมนูขึ้นชื่ออย่างปลาช่อนแม่ลาหาทานได้ที่ไหนดี?

นักท่องเที่ยวสามารถหาทานปลาช่อนแม่ลาเผาฟางต้นตำรับได้ตามร้านอาหารริมถนนสายเอเชียในเขตอำเภอเมืองและอำเภออินทร์บุรี รวมถึงร้านอาหารชื่อดังบริเวณลำแม่ลา ซึ่งมีปลาช่อนสดใหม่บริการทุกวัน

แชร์บทความนี้

สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ

เที่ยวสิงห์บุรี

คู่มือเที่ยวสิงห์บุรีสัมผัสเสน่ห์เมืองโบราณ ไหว้พระนอนองค์ใหญ่ และชิมปลาช่อนแม่ลาต้นตำรับ

สัมผัสเสน่ห์แห่งประวัติศาสตร์กับการเดินทางเที่ยวสิงห์บุรี เยือนวัดพระนอนจักรสีห์ ตลาดไทยบางระจัน และชิมปลาช่อนแม่ลาเผาฟาง รวบรวมข้อมูลสำคัญครบจบในที่เดียว

เที่ยวพระนครศรีอยุธยา

คู่มือวางแผนเดินทางเที่ยวพระนครศรีอยุธยาตามรอยโบราณสถานและแหล่งมรดกโลก

วางแผนเที่ยวพระนครศรีอยุธยาชมเมืองมรดกโลก สัมผัสประวัติศาสตร์ทรงคุณค่า พร้อมพิกัดวัดโบราณ คาเฟ่ริมน้ำ และข้อมูลการเดินทางฉบับสมบูรณ์